อาหาร 

ข้าวแช่

 

ส่วนประกอบของข้าวแช่
1. ข้าวหอมมะลิ
2. ปลาที่ใช้ทำปลาผัดหวานหรือทำลูกกะปิ จะนิยมใช้ปลาโอ ปลาซาดีน เพราะราคาไม่แพงนัก
3. ไชโป๊ชนิดดี ไม่เค็ม
4. ส่วนประกอบทำลูกกะปิ เช่น กระชาย ตะไคร้ ข่า และกะปิชนิดดีไม่ค่อยเค็ม
5. น้ำข้าวแช่ ควรใช้น้ำฝนจะดี
6. เทียนอบควัน ตรากุหลาบ
7. น้ำตาล ควรเป็นน้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลอ้อย ไข่เป็ด น้ำปูนใส แป้งข้าวเจ้า และน้ำมัน

 

วิธีทำ

ข้าว นำเอาข้าวหอมมะลิจำนวนพอเหมาะ หุงข้าวแบบเช็ดน้ำจะดีที่สุด เมื่อหุงข้าวให้สุกพอควรแล้วนำไปพักไว้ให้เย็นอยู่สักระยะแล้วจึงเทน้ำ (ฝน) เย็นธรรมดาให้ท่วมข้าว หลังจากนั้นก็เริ่มขัดข้าวให้หมดเมือกแล้วนำข้าวที่ขัดเรียบร้อยแล้วใช้ผ้าขาวบางห่อข้าวขัด นำไปนึ่งในซึ้งประมาณ 10-15 นาที 
                  ถ้าอยากได้ข้าวมีกลิ่นหอมก็ใช้ดอกมะลิปลอดสารเคมี มีกลิ่นหอมใส่ลงในผ้าขาวบางห่อทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน ก่อนนำไปใช้

น้ำ (น้ำแช่กับข้าว) จะนิยมใช้น้ำฝนไปต้มให้เดือดแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำเทียนอบด้วยควันเทียนประมาณ 3 วัน ก่อนใช้ และแต่ละวันจะอบควันเทียนสัก 2-3 ควัน จะเพิ่มให้น้ำหอมชวนชิม

เครื่องแกล้ม 
1. ไชโป๊ผัดหวาน
เริ่มผัดส่วนแรกด้วยน้ำตาลมะพร้าว หรือ น้ำตาลอ้อย ผสมเกลือเล็กน้อยเคี่ยวจนเหนียว ส่วนที่ 2 เทน้ำมันปาล์มลงกระทะเล็กน้อย ผัดไชโป๊ที่ล้างแล้วสัก 2 น้ำ ทิ้งให้แห้งจึงนำไปผัดเคล้าน้ำมันให้เข้ากันดีแล้วจึงตามด้วยน้ำตาลเคี่ยวไว้ในตอนแรก เมื่อนำส่วนผสมลงในกระทะผัดให้เข้ากันปรุงรสหวานให้เข้มข้นหน่อย บางทีควรชิมหลังจากเอากระทะทิ้งไว้สักพัก เพราะรสชาติขณะอยู่ในกระทะและเอาลงมา อาจจะมีรสไม่เหมือนกัน ถ้าชิมแล้วรสชาติยังไม่เข้มข้นพอ ก็อาจจะเติมได้ตามความเหมาะสม

2. ปลาผัดหวาน นำปลาโอ หรือปลาซาดีน มาทำความสะอาดด้วยเกลือ เพื่อช่วยขจัดกลิ่นคาวโดยเฉพาะบริเวณพุงปลา ควรใส่เกลือมากหน่อยจะช่วยลดกลิ่นคาวได้ดี หลังจากนั้นใช้น้ำส้มเจือจาง ใส่แช่เนื้อปลาช่วยลดกลิ่นคาว ทิ้งไว้ไม่นานนัก ก็ล้างด้วยน้ำส้มสายชูออกให้สะอาดแล้วจึงนำไปนึ่งต่อประมาณ 20-25 นาที พอสุกแล้วแกะเนื้อปลาออกเป็นฝอย ๆ   
                          ส่วนเนื้อปลาฝอยไปแยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกนำไปผัดปลาหวาน 60 % ส่วนที่เหลือ 40 % นำไปทำลูกกะปิ วิธีผัดเนื้อปลาหวานก็คล้าย ๆ กับผัดไชโป๊หวาน

3. ลูกกะปิ วิธีการแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ
ส่วนแรก จะมีปลาฝอยแบ่งเตรียมไว้
ส่วนที่สอง นำกระชาย (สด) ประมาณครึ่งส่วน ตะไคร้ (อ่อน) ประมาณ 1 ส่วน และ ข่า (อ่อน) นำมาประมาณ 1 ส่วน เอาทั้งหมดมาตำหรือปั่นรวมกันให้ละเอียด
ส่วนที่สาม กะปิชนิดดีไม่เค็มประมาณ 1 ช้อนแกง 

กรรมวิธี ทำลูกกะปิ
1. เริ่มเอาทั้ง 3 ส่วน เบื้องต้นมาผัดรวมกัน ให้เข้ากันดี แล้วต่อจากนั้นก็แบ่งเนื้อปลาที่ผัดแล้วมาปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดเล็กแบบลูกกลอน รอเตรียมไปทอดในกระทะ
2. นำไข่เป็ด 1 ฟอง ตีแล้วตามด้วยน้ำเย็น และน้ำปูนใสเล็กน้อย ต่อจากนั้นก็เทแป้งข้าวเจ้าและน้ำตีรวมกันทั้งหมดให้เข้ากัน ดูให้เหนียวพอประมาณ
3. นำลูกกะปิที่ปั้นแล้วลงไปผสมกับส่วนที่ 2 (แป้งตีผสมไข่เป็ด)
4. ควรนำเอาลูกกะปิที่ชุบแป้งและไข่ นำไปทอด ประมาณ 10-15 ลูก เท่านั้น เพราะถ้านำลูกกะปิไปทอดจำนวนมาก ๆ ลูกกะปิที่ทอดอาจติดกันได้ ควรใช้กระชอนส่ายในกระทะ เพื่อช่วยไม่ให้ลูกกะปิทอดติดกัน หลังจากทอดลูกกะปิเหลืองดีแล้วก็ตักลูกกะปิทอดขึ้นมาพักบนกระดาษซับมันรอให้เย็นก็นำมาใช้ได้

ธุรกิจ                              ขายข้าวแช่ ชาวมอญ

จุดประสงค์                      เพิ่มรายได้และเพื่ออนุรักษ์อาหารโบราณ

การลงทุน                         ซื้ออุปกรณ์ เช่น หม้อ กระทะ หม้อซึ้ง กระชอน ผ้าขาวบาง ฯลฯ              รายจ่ายประมาณ 1,000 บาท ซื้อส่วนประกอบ การทำข้าวแช่ เช่น ปลา กระปิ น้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำตาลอ้อย น้ำมันปาล์ม รายจ่ายประมาณ 200-300 บาท ต่อการขายระยะ 2 วัน (เสาร์-อาทิตย์)

สถานที่                            ควรหาที่ชุมชน คนเดินไปมามาก เช่น ตลาดซึ่งมีการเสียค่าที่สุดแท้แต่ละแห่งจะกำหนดราคา แต่เฉพาะตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเสียวันละ 20 บาท

กลุ่มเป้าหมาย                 ผู้สนใจอาหารท้องถิ่น ผู้นิยมอาหารโบราณแปลก ๆ หรือผู้คนที่ชอบทดลองชิม

จำนวนผู้ซื้อ                วันเสาร์ ขายได้ประมาณ 70-80 ชุด ส่วนวัน อาทิตย์ ขายได้ประมาณ 100 ชุด

รายได้                              วันละประมาณ 1,500 บาท

จุดเด่น                             เป็นอาหารแปลก ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ทำให้มีคนสนใจอยากลองชิม

จุดจำกัด                           สถานที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ค่อนข้างคับแคบไม่ค่อยมีที่นั่งลองชิมอาหารได้สะดวก

ที่น่าสังเกต                      วันอาทิตย์ ลูกค้าจะนิยมมาซื้อสินค้ามากทำให้มีรายได้มาก

 



copyright © 2002 archeep.com